มาตรฐานทั่วไป

มอก. 63454-2567

การประจุนำพากระแสไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้า - คู่เต้าต่อยานยนต์ DC โครงแบบ GG

CONDUCTIVE CHARGING OF ELECTRIC VEHICLES - DC VEHICLE COUPLER CONFIGURATION GG

วันที่บังคับใช้: 28 มีนาคม 2568
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 142 ตอน พิเศษ 152 ง หน้า 64 (27 มีนาคม 2568)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ - (27 ธันวาคม 2567)

ขอบข่ายมาตรฐาน

- ใช้ได้กับคู่เต้าต่อยานยนต์ (vehicle coupler) มีขาเสียบ (pin) และส่วนสัมผัสท่อ (contact-tubes) ที่เป็นโครงแบบมาตรฐาน GG ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า เต้าไฟฟ้า (accessory) ที่มีเจตนาใช้ในระบบประจุนำพากระแสไฟฟ้ายานยนต์ไฟฟ้า (electric vehicle conductive charging system) ซึ่งมีตัวกลางควบคุม (control means) รวมอยู่ โดยมีแรงดันไฟฟ้าทำงานที่กำหนด (rated operating voltage) และกระแสไฟฟ้าที่กำหนด (rated current) ตาม IEC 62196-1:2022 - เต้ารับต่อยานยนต์ DC (DC vehicle connector) และเต้าเสียบยานยนต์ DC (DC vehicle inlet) ที่ครอบคลุมด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฉบับนี้ใช้แบบวิธีประจุโหมด 4 เท่านั้น ตามมาตรฐาน IEC 61851-1:2017 ข้อ 6.2.4 และกรณี C ตาม IEC 61851-1:2017 รูปที่ 3 - คู่เต้าต่อยานยนต์เหล่านี้มีเจตนาให้ใช้สำหรับวงจรตาม IEC 61851-23 ซึ่งทำงานที่ค่าแรงดันไฟฟ้าแตกต่างกัน และสามารถทำงานที่แรงดันไฟฟ้า ต่ำพิเศษ (extra-low voltage, ELV) และสัญญาณการสื่อสารด้วย - ใช้กับคู่เต้าต่อยานยนต์ซึ่งใช้ที่อุณหภูมิโดยรอบระหว่าง -30 ๐C ถึง +40 ๐C หมายเหตุ 1 บางประเทศอาจใช้ข้อกำหนดอื่นๆ หมายเหตุ 2 ประเทศ SE ใช้ -35 ๐C - คู่เต้าต่อยานยนต์เหล่านี้มีเจตนาให้ต่อวงจรกับเคเบิลมีตัวนำทองแดง หรือตัวนำทองแดงเจือเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 63454-2567

มอก. 63454-2567 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 63454-2567 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

- ใช้ได้กับคู่เต้าต่อยานยนต์ (vehicle coupler) มีขาเสียบ (pin) และส่วนสัมผัสท่อ (contact-tubes) ที่เป็นโครงแบบมาตรฐาน GG ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า เต้าไฟฟ้า (accessory) ที่มีเจตนาใช้ในระบบประจุนำพากระแสไฟฟ้ายานยนต์ไฟฟ้า (electric vehicle conductive charging system) ซึ่งมีตัวกลางควบคุม (control means) ร...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th