มาตรฐานทั่วไป

มอก. 4558-2568

ระบบท่อพลาสติกสำหรับการระบายน้ำใต้ดินและน้ำเสียแบบไม่ใช้แรงดัน - พอลิเอทิลีน (PE)

PLASTICS PIPING SYSTEMS FOR NON-PRESSURE UNDERGROUND DRAINAGE AND SEWERAGE - POLYETHYLENE (PE)

วันที่บังคับใช้: 27 พฤศจิกายน 2568
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 142 ตอน พิเศษ 373 ง หน้า 12 (26 พฤศจิกายน 2568)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ - (19 พฤษภาคม 2568)

ขอบข่ายมาตรฐาน

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 8772:2006(E) Plastics piping systems for non-pressure underground drainage and sewerage - Polyethylene (PE) มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - ระบุข้อกำหนดของท่อ ข้อต่อ และระบบท่อพอลิเอทิลีน (Polyethylene (PE)) สำหรับการระบายน้ำใต้ดินและน้ำเสียแบบไม่ใช้แรงดัน เพื่อการขนส่งสิ่งปฏิกูลและของเสียจากครัวเรือนและอุตสาหกรรม รวมถึงน้ำผิวดิน - ครอบคลุมระบบท่อที่ฝังใต้ดินและระบบที่ฝังในโครงสร้างอาคาร - ในกรณีการระบายของเสียจากอุตสาหกรรม จำเป็นต้องคำนึงถึง ความทนทานต่อสารเคมีและอุณหภูมิ แต่จะต้องดำเนินการแยกกัน - สำหรับท่อพอลิเอทิลีนทั้งที่มีและไม่มีข้อต่อแบบสวม หมายเหตุ ข้อต่อสามารถผลิตได้โดยการฉีดขึ้นรูปหรือผลิตขึ้นจากท่อและ/หรือแม่พิมพ์ - สำหรับท่อและข้อต่อพอลิเอทิลีน ที่มีการเชื่อมดังต่อไปนี้ - เชื่อมด้วยแหวนอิลาสโตเมอร์ (elastomeric ring seal joints) - เชื่อมแบบบัตต์ฟิวชัน (butt-fused joints) - เชื่อมแบบอิเล็กโทรฟิวชัน (electrofusion joints) - เชื่อมทางกล (mechanical joints) - ระบุพารามิเตอร์การทดสอบสำหรับวิธีการทดสอบที่อ้างอิงในมาตรฐานนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 4558-2568

มอก. 4558-2568 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 4558-2568 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 8772:2006(E) Plastics piping systems for non-pressure underground drainage and sewerage - Polyethylene (PE) มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - ระบุข้อกำหนดของท่อ ข้อต่อ และระบบท่อพอลิเอทิลีน (Polyethylene ...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th