มาตรฐานทั่วไป

มอก. 4468 เล่ม 7-2568

โครงสร้างพื้นฐานในระบบราง - ระบบเครื่องยึดเหนี่ยวราง เล่ม 7 วิธีการทดสอบสำหรับแรงบีบรัดและความแข็งตึงของการยกตัว

RAILWAY INFRASTRUCTURE - RAIL FASTENING SYSTEMS - PART 7: TEST METHOD FOR CLAMPING FORCE AND UPLIFT STIFFNESS

วันที่บังคับใช้: 5 พฤศจิกายน 2568
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 142 ตอน พิเศษ 350 ง หน้า 30 (4 พฤศจิกายน 2568)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ - (16 มิถุนายน 2568)

ขอบข่ายมาตรฐาน

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 22074-7:2021(E) Railway infrastructure - Rail fastening systems - Part 7: Test method for clamping force and uplift stiffness มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - ระบุกระบวนการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาแรงบีบรัด (clamping force)สำหรับระบบเครื่องยึดเหนี่ยวฐานราง (rail foot) โดยการวัดแรงที่แยกฐานรางจากตัวรอง (support) ฐานรางแบบทันที และกระบวนการดังกล่าวยังสามารถใช้หาความแข็งตึงของการยกตัว (uplift stiffness) ของระบบ เครื่องยึดเหนี่ยวราง - ครอบคลุมระบบที่มีและไม่มีแผ่นฐาน (baseplate) บนทุกประเภทของหมอน (sleepers) หมอนประแจ (bearers) หรือส่วนประกอบของรางแบบไร้หินโรย การทดสอบนี้ไม่ได้หาความปลอดภัยของส่วนประกอบเครื่องยึดเหนี่ยวรางแบบถาวรบนหมอนหรือตัวรองระบบเครื่องยึดเหนี่ยวราง กระบวนการทดสอบนี้ครอบคลุมชุดเครื่องยึดเหนี่ยวรางที่สมบูรณ์ ซึ่งไม่ครอบคลุมระบบเครื่องยึดเหนี่ยวสำหรับรางฝัง (embeded rail)หรือระบบยึดเหนี่ยวที่ไม่ได้ยึดบนฐานของราง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 4468 เล่ม 7-2568

มอก. 4468 เล่ม 7-2568 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 4468 เล่ม 7-2568 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 22074-7:2021(E) Railway infrastructure - Rail fastening systems - Part 7: Test method for clamping force and uplift stiffness มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - ระบุกระบวนการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาแร...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th