มอก. 427-2562
ท่อเหล็กกล้าสำหรับส่งน้ำ
Steel water pipe
ขอบข่ายมาตรฐาน
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คอบคลุมท่อเหล็กกล้าที่ใช้สำหรับระบบส่งน้ำภายใต้แรงดันต่ำ
Scope (English)
This standard covers steel pipe intended for the water delivery systems under low pressure
ขอบข่าย
มาตรฐานนี้กำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต สำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมท่อเหล็กกล้าสำหรับส่งน้ำ
คำจำกัดความ
- โรงงานที่ทำผลิตภัณฑ์ หมายถึง โรงงานที่อย่างน้อยต้องมีกระบวนการที่นำเหล็กแผ่นเหล็กกล้ารีดร้อนมาขึ้นรูปเป็นท่อกลมสำหรับส่งน้ำ โดยการเชื่อมแบบตะเข็บตรงหรือแบบตะเข็บเกลียว
ข้อกำหนด
- ระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการการตรวจสอบ
- ต้องมีการควบคุมผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน
- ต้องตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานทุกรายการ
วิธีทดสอบ
- ขนาดระบุ
- ความยาว
- ความโก่ง
- ความสูงของตะเข็บเชื่อม
- สมบัติทางกลของผนังท่อเหล็กกล้า
- สมบัติงานเชื่อม
- ความดันน้ำ
การทำเครื่องหมายและฉลาก
ให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐานที่ผลิตภัณฑ์, ตำแหน่งอยู่ที่ผิวท่อด้านนอกหรือด้านใน, ขนาดไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร, ขนาดความสูงของตัวอักษรไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร, แสดงข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (คิวอาร์โค้ด)
วัสดุ
ค่าสำคัญ
| ขนาดระบุ | 100A - 3600 |
|---|---|
| ความหนา | 2.70 มม. - 32 มม. |
สเปคสำหรับจับคู่สินค้า
| ประเภทการเชื่อม | ตะเข็บตรง, ตะเข็บเกลียว |
|---|---|
| การใช้งาน | สำหรับส่งน้ำ |
ข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
เอกสารและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 427-2562
มอก. 427-2562 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?
เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์
สินค้าอะไรบ้างที่ต้องใช้ มอก. 427-2562?
สินค้าที่เข้าข่ายมาตรฐานนี้ ได้แก่: ท่อเหล็ก, ท่อเหล็กกล้า, ท่อเหล็กสำหรับส่งน้ำ
มอก. 427-2562 ครอบคลุมอะไรบ้าง?
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คอบคลุมท่อเหล็กกล้าที่ใช้สำหรับระบบส่งน้ำภายใต้แรงดันต่ำ
วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์
- ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
- ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
- ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
- สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th
หมายเหตุ
มอก.427-2531 ยกเลิกและกำหนด, ให้มีผลเมื่อพ้นกำหนด 365 วัน นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป (29 มกราคม 2563)