มาตรฐานทั่วไป

มอก. 4176-2567

อาหารสัตว์ - การหาปริมาณไขมัน

ANIMAL FEEDING STUFFS - DETERMINATION OF FAT CONTENT

วันที่บังคับใช้: 22 ตุลาคม 2568
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 142 ตอน พิเศษ 338 ง หน้า 10 (21 ตุลาคม 2568)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ - (26 พฤษภาคม 2568)

ขอบข่ายมาตรฐาน

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 6492:1999(E) Animal feeding stuffs — Determination of fat content มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - กำหนดวิธีสำหรับการหาปริมาณไขมันในอาหารสัตว์ วิธีนี้ใช้ได้กับอาหารสัตว์ ยกเว้นเมล็ดพืชน้ำมันและส่วนที่เหลือจากเมล็ดพืชน้ำมัน - อาหารสัตว์ แบ่งตามวัตถุประสงค์ของวิธี ออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ โดยตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในประเภท B ต้องผ่านขั้นตอนการไฮโดรไลซิสก่อนนำไปสกัด - ประเภท B: — อาหารสัตว์โดยตรง (straight feeds) ที่ทำจากสัตว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์นม — อาหารสัตว์โดยตรงที่ทำจากพืชที่ไม่สามารถสกัดไขมันออกได้หากไม่ทำการไฮโดรไลซิสก่อน โดยเฉพาะกลูเตน ยีสต์ โปรตีนจากถั่วเหลืองและมันฝรั่ง และอาหารสัตว์ที่ผ่านความร้อน — อาหารสัตว์ผสม (compound feeds) ที่ทำจากผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณไขมันอย่างน้อย 20% เป็นส่วนผสม - ประเภท A: — อาหารสัตว์ที่ไม่ได้ระบุไว้ในประเภท B หมายเหตุ สำหรับส่วนที่เหลือจากเมล็ดพืชน้ำมันมีวิธีการหา “ปริมาณน้ำมัน” โดยการสกัดด้วยเฮกเซน ระบุไว้ใน ISO 734-1 [2] และวิธีการหา“ปริมาณน้ำมัน” โดยการสกัดด้วยไดเอทิลอีเทอร์ ระบุไว้ใน ISO 736 [3] สำหรับเมล็ดพืชน้ำมันมีวิธีการหา “ปริมาณน้ำมัน” โดยการสกัดด้วย เฮกเซน ระบุไว้ใน ISO 659 [1]

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 4176-2567

มอก. 4176-2567 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 4176-2567 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 6492:1999(E) Animal feeding stuffs — Determination of fat content มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - กำหนดวิธีสำหรับการหาปริมาณไขมันในอาหารสัตว์ วิธีนี้ใช้ได้กับอาหารสัตว์ ยกเว้นเมล็ดพืชน้ำมันและส่วนที่เหล...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th