มาตรฐานทั่วไป

มอก. 3988-2567

นาโนเทคโนโลยี - การพิจารณาเพื่อการพัฒนาระบบการตั้งชื่อทางเคมีสำหรับวัตถุนาโนที่เลือก

NANOTECHNOLOGIES - CONSIDERATIONS FOR THE DEVELOPMENT OF CHEMICAL NOMENCLATURE FOR SELECTED NANO-OBJECTS

วันที่บังคับใช้: 27 มิถุนายน 2568
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 142 ตอน พิเศษ 230 ง หน้า 7 (26 มิถุนายน 2568)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ - (28 กุมภาพันธ์ 2568)

ขอบข่ายมาตรฐาน

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO/TR 14786:2014(E) Nanotechnologies — Considerations for the development of chemical nomenclature for selected nano-objects มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - มุ่งหมายจัดเตรียมข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบ การตั้งชื่อทางเคมีสำหรับชื่อของ “วัตถุนาโน” คำว่า “วัตถุนาโน” ได้กำหนดคำนิยามไว้แล้วใน ISO/TS 80004-1:2010 ว่าหมายถึง “วัตถุที่มีมิติภายนอก หนึ่ง สอง หรือ สามมิติ ในนาโนสเกล” โดยให้คำจำกัดความ “นาโนสเกล” ว่า “ขนาดอยู่ในช่วงประมาณ 1 nm ถึง 100 nm” วัตถุนาโนที่กำหนดนอกจากนี้ เช่น แผ่นนาโน เส้นใยนาโน และอนุภาคนาโน - โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัตถุนาโนที่อยู่ในหัวข้อของมาตรฐานนี้ หมายรวมถึง สารเคมีแต่ละชนิด (แล้วแต่กรณี) มากกว่าเป็นอุปกรณ์หรือสารผสม (การเตรียม) วัตถุนาโนที่อภิปรายในมาตรฐานนี้ไม่ได้เจตนาให้ครบถ้วนทั้งหมด - มุ่งหมายที่จะอำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างผู้พัฒนา และผู้ใช้ที่มีศักยภาพของระบบการตั้งชื่อรวมถึงภาควิชาการ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 3988-2567

มอก. 3988-2567 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 3988-2567 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO/TR 14786:2014(E) Nanotechnologies — Considerations for the development of chemical nomenclature for selected nano-objects มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - มุ่งหมายจัดเตรียมข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อสนับสนุน...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th