มาตรฐานทั่วไป

มอก. 3843-2567

การทดสอบโดยไม่ทำลาย - การทดสอบโดยวิธีกระแสวนแบบพัลส์สำหรับส่วนประกอบโลหะเฟอร์โรแมกเนติก

NON-DESTRUCTIVE TESTING - PULSED EDDY CURRENT TESTING OF FERROMAGNETIC METALLIC COMPONENTS

วันที่บังคับใช้: 11 ตุลาคม 2567
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 141 ตอน พิเศษ 280 ง หน้า 22 (10 ตุลาคม 2567)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ - (9 สิงหาคม 2567)

ขอบข่ายมาตรฐาน

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 20669:2017 Non-destructive testing — Pulsed eddy current testing of ferromagnetic metallic components มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprint) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - ระบุเทคนิคการทดสอบโดยวิธีกระแสวนแบบพัลส์ (PEC)ที่ใช้ในการวัด ความหนาของส่วนประกอบที่เป็นโลหะเฟอร์โรแมกเนติก โดยมีหรือไม่มี การเคลือบ ชั้นฉนวน และ แผ่นป้องกันสภาพอากาศ - ใช้กับการทดสอบส่วนประกอบที่ใช้งานอยู่ซึ่งทำจากเหล็กกล้าคาร์บอนและเหล็กกล้าโลหะผสมต่ำที่อุณหภูมิ −100 °C ถึง 500 °C (อุณหภูมิวัดที่พื้นผิวโลหะ) ช่วงความหนาของชิ้นส่วนประกอบตั้งแต่ 3 mm ถึง 65 mm และ ช่วงความหนาของการเคลือบตั้งแต่ 0 mm ถึง 200 mm ส่วนประกอบที่ใช้ทดสอบรวมถึงท่อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 50 mm - เทคนิคที่ระบุไว้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ มีความไวต่อรูปทรง ของส่วนประกอบ และการใช้เทคนิคกับส่วนประกอบที่อยู่นอกขอบข่าย จะส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนที่ไม่อาจคาดเดาได้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมนี้ ไม่ครอบคลุมการทดสอบข้อบกพร่องการแตกร้าวและ การสูญเสียโลหะเฉพาะที่ที่เกิดจากการเกิดรูพรุน - ไม่ได้กำหนดเกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินจะต้องกำหนดโดยข้อตกลงตามสัญญาระหว่างคู่สัญญา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 3843-2567

มอก. 3843-2567 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 3843-2567 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 20669:2017 Non-destructive testing — Pulsed eddy current testing of ferromagnetic metallic components มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprint) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - ระบุเทคนิคการทดสอบโดยวิธีกระแสวนแบบพัลส์ (PEC)ที่ใช้ในการวัด ความหนาของ...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th