มาตรฐานทั่วไป

มอก. 3757 เล่ม 3-2567

วิธีคำนวณความเข้มของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการทำเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า เล่ม 3 : โรงงานเหล็กกล้าที่ใช้เตาอาร์กไฟฟ้า (EAF) ร่วมกับการทำเหล็กดีอาร์ไอ (DRI) โดยใช้ถ่านหินหรือแก๊ส

CALCULATION METHOD OF CARBON DIOXIDE EMISSION INTENSITY FROM IRON AND STEEL PRODUCTION PART 3 STEEL PLANT WITH ELECTRIC ARC FURNACE (EAF) AND COAL-BASED OR GAS-BASED DIRECT REDUCTION IRON (DRI) FACILITY

วันที่บังคับใช้: 8 กันยายน 2567
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 141 ตอน พิเศษ 245 ง หน้า 70 (7 กันยายน 2567)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ - (28 มิถุนายน 2567)

ขอบข่ายมาตรฐาน

- ใช้สำหรับโรงงานที่ใช้เตาอาร์กไฟฟ้า (EAF) ในการทำผลิตภัณฑ์เหล็ก และมีการทำเหล็กดีอาร์ไอ (DRI) ภายในสถานที่ตั้ง - ใช้สำหรับประเมินการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทั้งหมดเป็นรายปี และค่าแฟกเตอร์การปล่อย CO2 ต่อหน่วยการทำผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า ของกระบวนการทำทั้งหมด - ใช้กับโรงงานที่ทำเหล็กกล้าคาร์บอนเป็นหลัก - กำหนดบทนิยามขอบเขต, บทนิยามการไหลของวัสดุและพลังงาน และ ค่าแฟกเตอร์การปล่อย CO2 ซึ่งนอกจากการนำเข้าแหล่งกำเนิดทางตรงไป ยังขอบเขตแล้ว ยังใช้แนวคิดต้นน้ำและเครดิต เพื่อแสดงความเข้ม CO2 ของโรงงาน - ใช้สำหรับผู้ทำผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าเพื่อกำหนดค่าการปล่อย CO2 อันเนื่องมาจากสถานที่ตั้งนั้น แต่ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อคำนวณเกณฑ์เปรียบเทียบหรือนำไปเปรียบเทียบความเข้ม CO2 ของกระบวนการผลิต ที่ดำเนินการภายในสถานที่ตั้ง - การแปลงค่าเป็นการใช้พลังงานและค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป็นไปตาม Annex A

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 3757 เล่ม 3-2567

มอก. 3757 เล่ม 3-2567 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 3757 เล่ม 3-2567 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

- ใช้สำหรับโรงงานที่ใช้เตาอาร์กไฟฟ้า (EAF) ในการทำผลิตภัณฑ์เหล็ก และมีการทำเหล็กดีอาร์ไอ (DRI) ภายในสถานที่ตั้ง - ใช้สำหรับประเมินการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทั้งหมดเป็นรายปี และค่าแฟกเตอร์การปล่อย CO2 ต่อหน่วยการทำผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า ของกระบวนการทำทั้งหมด - ใช้กับโรงงานที่ทำเหล็กกล้าคาร์บอนเป็นหล...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th