มาตรฐานทั่วไป

มอก. 2909-2561

เครื่อ��ตัดวงจรไฟฟ้า อุปกรณ์กระแสเหลือแบบพกพาชนิดตัดต่อสายดินเพื่อการป้องกันสำหรับใช้งานกับยานยนต์พลังแบตเตอรี่และมีฉนวนไฟฟ้าเป็นประเภท 1

Circuit breakers switched protective earth portable residual current devices for class I and battery powered vehicle applications

วันที่บังคับใช้: 1 กรกฏาคม 2562
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 136 ตอน พิเศษ 166 ง (1 กรกฏาคม 2562)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ 5247 (20 มีนาคม 2562)

ขอบข่ายมาตรฐาน

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ใช้กับอุปกรณ์พกพาที่มีจุดมุ่งหมายสำหรับใช้งานกับยานยนต์ที่มีระดับชั้นการเป็นฉนวนไฟฟ้าประเภท 1 และเป็นยานยนต์พลังแบตเตอรี่ ที่มีหน่วยประจุแบตเตอรี่ในตัว อุปกรณ์เหล่านี้มีการตัดต่อสายดิน (switched protective earth, SPE) ด้วย ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกอุปกรณ์นี้ว่า SPE-PRCD SPE-PRCD จะประกอบไปด้วยเต้าเสียบ อุปกรณ์กระแสเหลือ (RCD) และเต้ารับแบบพกพา มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ใช้กับอุปกรณ์พกพา ที่ทำงานพร้อมๆ กันในการทำหน้าที่ตรวจจับกระแสเหลือ เปรียบเทียบค่ากระแสเหลือนี้กับกระแสเหลือทำงาน และทำหน้าที่เปิดวงจรที่ทำการป้องกันเมื่อกระแสเหลือมีค่าเกินกระแสเหลือทำงาน

Scope (English)

This standard applies to portable devices intended for use with vehicles having class 1 insulation and battery powered vehicle applications having battery charging units. They have a switched protective earth (SPE) and hereafter are referred to as SPE-PRCDs. The SPE-PRCD consists of a plug, a residual current device (RCD) and a portable socket outlet.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 2909-2561

มอก. 2909-2561 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 2909-2561 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ใช้กับอุปกรณ์พกพาที่มีจุดมุ่งหมายสำหรับใช้งานกับยานยนต์ที่มีระดับชั้นการเป็นฉนวนไฟฟ้าประเภท 1 และเป็นยานยนต์พลังแบตเตอรี่ ที่มีหน่วยประจุแบตเตอรี่ในตัว อุปกรณ์เหล่านี้มีการตัดต่อสายดิน (switched protective earth, SPE) ด้วย ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกอุปกรณ์นี้ว่า SPE-PRCD SPE-PR...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th