มาตรฐานทั่วไป

มอก. 2637 เล่ม 1-2567

ยางดิบ - การหาปริมาณสารที่ระเหย - เล่ม 1: วิธีใช้เครื่องบดร้อนและตู้อบ

RUBBER, RAW - DETERMINATION OF VOLATILE-MATTER CONTENT - PART 1: HOT-MILL METHOD AND OVEN METHOD

วันที่บังคับใช้: 5 มกราคม 2568
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 141 ตอน พิเศษ 245 ง หน้า 84 (7 กันยายน 2567)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ - (28 มิถุนายน 2567)

ขอบข่ายมาตรฐาน

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 248-1:2021 Rubber, raw – Determination of volatile-matter content – Part 1: Hot-mill method and oven method มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - กำหนดวิธีการหาปริมาณสารที่ระเหยได้ในยางดิบ 2 วิธี ได้แก่ - วิธีใช้เครื่องบดร้อน (hot mill method) - วิธีใช้ตู้อบ (oven method) - วิธีทดสอบนี้ใช้หาปริมาณสารระเหยได้ในยางกลุ่ม R ตามที่กำหนดใน ISO 1629 ซึ่งเป็นยางที่มีสายโซ่คาร์บอนไม่อิ่มตัว เช่น ยางธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์ที่อย่างน้อยบางส่วนได้มาจากไดโอเลฟิน - วิธีทดสอบนี้สามารถใช้ได้กับยางดิบอื่น แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของมวลเป็นผลจากการสูญเสียสารระเหยเดิม และไม่ใช่ผลจากการเสื่อมสภาพของยาง - วิธีทดสอบที่ใช้เครื่องบดร้อนไม่สามารถใช้ได้กับยางธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์ที่ยุ่งยากในการนำเข้าเครื่องบดร้อนหรือยางสังเคราะห์ที่มีลักษณะเป็นผงหรือชิ้นเล็ก - วิธีทดสอบทั้ง 2 วิธีนี้ไม่จำเป็นต้องให้ผลที่เท่ากัน กรณีที่มีข้อโต้แย้ง ให้ใช้วิธีใช้ตู้อบกระบวนการ A (oven method procedure A) เป็นวิธีอ้างอิง หมายเหตุ การใช้วิธีทดสอบแต่ละวิธีสำหรับยางแต่ละประเภทแสดงไว้ในภาคผนวก A ของ ISO 248-1

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 2637 เล่ม 1-2567

มอก. 2637 เล่ม 1-2567 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 2637 เล่ม 1-2567 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 248-1:2021 Rubber, raw – Determination of volatile-matter content – Part 1: Hot-mill method and oven method มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก - กำหนดวิธีการหาปริมาณสารที่ระเหยได้ในยางดิบ 2 วิธี ได้แก่ - วิธ...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th

หมายเหตุ

ยกเลิก มอก.2637 เล่ม 1-2558 และประกาศ มอก.2637 เล่ม 1-2567 ขึ้นใหม่ ให้มีผลเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (7 ก.ย. 2567) (**มอก.2637 เล่ม 1-2567 มีผลใช้งานตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป)