มอก. 2254-2561
สีเท็กซ์เจอร์
Textured paint
ขอบข่ายมาตรฐาน
สีเท็กซ์เจอร์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สีภายนอก และสีภายใน นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ต้องการ การบรรจุ เครื่องหมายและฉลาก การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน การทดสอบ
Scope (English)
Classifies textured paint into 2 types, i.e. exterior and interior paints. Prescribes requirement, packaging, marking and labels, sampling and criteria for conformity and testing.
ขอบข่าย
หลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาต สำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีเท็กซ์เจอร์
คำจำกัดความ
- สีเท็กซ์เจอร์: ผลิตภัณฑ์สีที่อย่างน้อยต้องมีกรรมวิธีการผสมส่วนประกอบ
ข้อกำหนด
- โรงงานต้องมีระบบควบคุมคุณภาพตามเกณฑ์ที่ สมอ. ยอมรับ
- ต้องตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานทุกรายการ เช่น ระยะเวลาเมื่อแห้งแข็ง สมบัติการใช้งาน ความทนน้ำ (เฉพาะสีภายนอก) และความทนด่าง
วิธีทดสอบ
- ระยะเวลาเมื่อแห้งแข็ง
- สมบัติการใช้งาน
- ความทนน้ำ (เฉพาะสีภายนอก)
- ความทนด่าง
การทำเครื่องหมายและฉลาก
ต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐานที่ภาชนะบรรจุ ขนาดเหมาะสม ไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร มอก. สูงไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร และอาจมี QR code ขนาดไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร
สเปคสำหรับจับคู่สินค้า
| ประเภทสี | สีภายนอก, สีภายใน |
|---|---|
| ชนิด | เคลือบทับด้วยสีทับหน้า (สำหรับสีภายนอก), ไม่ต้องเคลือบทับด้วยสีทับหน้า (สำหรับสีภายใน) |
ข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง
เอกสารและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 2254-2561
มอก. 2254-2561 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?
เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์
สินค้าอะไรบ้างที่ต้องใช้ มอก. 2254-2561?
สินค้าที่เข้าข่ายมาตรฐานนี้ ได้แก่: สีเท็กซ์เจอร์, สีทาภายนอก, สีทาภายใน
มอก. 2254-2561 ครอบคลุมอะไรบ้าง?
สีเท็กซ์เจอร์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สีภายนอก และสีภายใน นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ต้องการ การบรรจุ เครื่องหมายและฉลาก การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน การทดสอบ
วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์
- ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
- ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
- ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
- สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th
หมายเหตุ
มอก.2254-2548 ยกเลิกและกำหนด, ให้มีผลเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2562