มาตรฐานทั่วไป

มอก. 2133-2545

ท่อเหล็กกล้าอ่อนเคลือบสังกะสีสำหรับร้อยสายไฟฟ้า

Zinc coated flexible steel conduits for electrical wiring

วันที่บังคับใช้: 16 ตุลาคม 2546
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศทั่วไป เล่ม 120 ตอน 83 ง (16 ตุลาคม 2546)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ 3161 (30 มิถุนายน 2546)

ขอบข่ายมาตรฐาน

กำหนดขอบข่าย ขนาด วัสดุ คุณลักษณะที่ต้องการ การบรรจุ เครื่องหมายและฉลาก การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน การทดสอบ

Scope (English)

Specifies scope, sizes, materials, general requirements, packaging, marking and labelling, sampling and conformity assessment, testing

ขอบข่าย

มาตรฐานนี้ครอบคลุมท่อเหล็กกล้าอ่อนเคลือบสังกะสีสำหรับร้อยสายไฟฟ้า

คำจำกัดความ

  • ท่อเหล็กกล้าอ่อนเคลือบสังกะสีสำหรับร้อยสายไฟฟ้า
  • ขนาดระบุ (10, 15, 19, 25, 31, 39, 51, 63, 75)

ข้อกำหนด

  • โรงงานต้องมีกระบวนการทำท่อเหล็กกล้าอ่อนเคลือบสังกะสี
  • โรงงานต้องมีการควบคุมผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนด

วิธีทดสอบ

  • การทดสอบขนาด
  • การทดสอบการติดแน่นของสังกะสี
  • การทดสอบสภาพอ่อนตัว

การทำเครื่องหมายและฉลาก

ต้องแสดงเครื่องหมายมาตรฐาน, หมายเลข มอก., ชื่อผู้รับใบอนุญาต และ QR Code ที่สิ่งผูกมัด โดยเครื่องหมายมาตรฐานต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร และความสูงของหมายเลข มอก. ไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร

วัสดุ

ท่อเหล็กกล้าอ่อน,สังกะสี

สเปคสำหรับจับคู่สินค้า

ขนาด 10, 15, 19, 25, 31, 39, 51, 63, 75

ข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง

หมวดหมู่: วัสดุก่อสร้าง, อุปกรณ์ไฟฟ้า
ชื่อสินค้าที่เข้าข่าย:
ท่อร้อยสายไฟ ท่อ EMT ท่อเหล็กร้อยสายไฟ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง

ท่อร้อยสายไฟ ท่อ EMT ท่อเหล็กร้อยสายไฟ electrical conduit conduit pipe เหล็กเคลือบสังกะสี มอก. 2133-2545

เอกสารและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 2133-2545

มอก. 2133-2545 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

สินค้าอะไรบ้างที่ต้องใช้ มอก. 2133-2545?

สินค้าที่เข้าข่ายมาตรฐานนี้ ได้แก่: ท่อร้อยสายไฟ, ท่อ EMT, ท่อเหล็กร้อยสายไฟ

มอก. 2133-2545 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

กำหนดขอบข่าย ขนาด วัสดุ คุณลักษณะที่ต้องการ การบรรจุ เครื่องหมายและฉลาก การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสิน การทดสอบ

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th