มาตรฐานทั่วไป

มอก. 1513-2563

สีย้อมเคลือบไม้ชนิดตัวทำละลาย

Solvent-based wood stain coating

วันที่บังคับใช้: 31 สิงหาคม 2564
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 138 ตอน พิเศษ 95 ง (3 พฤษภาคม 2564)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ 6052 (30 พฤศจิกายน 2563)

ขอบข่ายมาตรฐาน

ตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ ครอบคลุมเฉพาะสีย้อมเคลือบไม้ชนิดตัวทําละลายที่ใช้กับงานไม้ภายในและภายนอกอาคารและอุตสาหกรรมเครื่องเรือนที่ทําจากไม้

Scope (English)

This standard covers only solvent-based wood stain coating use for indoor and outdoor woodworking and wood furniture industry.

ขอบข่าย

มาตรฐานนี้กำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะในการตรวจสอบเพื่อการอนุญาตสำหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีย้อมเคลือบไม้ชนิดตัวทำละลาย

คำจำกัดความ

  • สีย้อมเคลือบไม้ชนิดตัวทำละลาย: ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผสมส่วนประกอบต่างๆ

ข้อกำหนด

  • โรงงานต้องมีกรรมวิธีการผสมส่วนประกอบเป็นผลิตภัณฑ์สีย้อมเคลือบไม้ชนิดตัวทำละลาย
  • ต้องควบคุมผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน
  • ต้องมีเครื่องมือทดสอบ และต้องทดสอบเป็นประจำ

วิธีทดสอบ

  • สารที่ไม่ระเหย
  • ความข้นเหลว
  • ระยะเวลาการแห้งที่ผิว
  • สมบัติการใช้งาน

การทำเครื่องหมายและฉลาก

แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน, หมายเลข มอก., และข้อมูลผลิตภัณฑ์ (QR code) บนภาชนะบรรจุ

สเปคสำหรับจับคู่สินค้า

ชนิดของสี ไม่มีสี หรือ มีสี
ตัวทำละลาย ตามที่ยื่นขอ

ข้อมูลสินค้าที่เกี่ยวข้อง

หมวดหมู่: ผลิตภัณฑ์สี
ชื่อสินค้าที่เข้าข่าย:
สีย้อมไม้ สีเคลือบไม้ สีย้อมเคลือบไม้

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง

สีย้อมไม้ สีเคลือบไม้ wood stain wood coating มอก 1513 TIS 1513

เอกสารและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 1513-2563

มอก. 1513-2563 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

สินค้าอะไรบ้างที่ต้องใช้ มอก. 1513-2563?

สินค้าที่เข้าข่ายมาตรฐานนี้ ได้แก่: สีย้อมไม้, สีเคลือบไม้, สีย้อมเคลือบไม้

มอก. 1513-2563 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

ตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้ ครอบคลุมเฉพาะสีย้อมเคลือบไม้ชนิดตัวทําละลายที่ใช้กับงานไม้ภายในและภายนอกอาคารและอุตสาหกรรมเครื่องเรือนที่ทําจากไม้

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th