มาตรฐานทั่วไป

มอก. 1334 เล่ม 11-2567

การทดสอบความทนไฟ - ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้างอาคาร เล่ม 11 ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการประเมินเพื่อป้องกันอัคคีภัยสำหรับชิ้นส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้างอาคารเหล็ก

FIRE RESISTANCE TESTS - ELEMENTS OF BUILDING CONSTRUCTION PART 11: SPECIFIC REQUIREMENTS FOR THE ASSESSMENT OF FIRE PROTECTION TO STRUCTURAL STEEL ELEMENTS

วันที่บังคับใช้: 2 ตุลาคม 2568
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 142 ตอน พิเศษ 321 ง หน้า 3 (1 ตุลาคม 2568)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ - (26 มีนาคม 2568)

ขอบข่ายมาตรฐาน

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 834-11:2014(E) Fire resistance tests — Elements of building construction Part 11: Specific requirements for the assessment of fire protection to structural steel elements มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษ เป็นหลัก - กำหนดการประเมินออกแบบมาเพื่อครอบคลุมช่วงขนาดความหนาของ วัสดุป้องกันอัคคีภัย ช่วงลักษณะเฉพาะของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ (steel sections characterized) ที่กำหนดลักษณะตามองค์ประกอบ (factor) การออกแบบช่วง อุณหภูมิและช่วงระยะเวลาเพื่อการจำแนกประเภท ความทนไฟที่สมเหตุสมผล - ครอบคลุมระบบป้องกันอัคคีภัยที่รวมถึงวัสดุพาสซีฟ (passive materials) (เหล็กแผ่น (boards) ตะแกรงเหล็ก (mats) เหล็กแท่งแบน (slabs) และ วัสดุพ่น (spray materials)) และวัสดุที่ไวต่อปฏิกิริยา (reactive materials) ตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานนี้ - ขั้นตอนการประเมินใช้เพื่อกำหนด ก) บนพื้นฐานของข้อมูลอุณหภูมิที่ได้จากการทดสอบชิ้นทดสอบที่ไม่รับโหลด ปัจจัยตัวแปรการแก้ไข (correction factor) และข้อจำกัดในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ระบบป้องกันอัคคีภัย (ประสิทธิภาพทางกายภาพ (physical performance)) และ ข) บนพื้นฐานของข้อมูลอุณหภูมิที่ได้จากการทดสอบตัวอย่างเหล็กสั้น ที่ไม่รับโหลด คุณสมบัติป้องกันความร้อนของวัสดุป้องกันอัคคีภัย (ประสิทธิภาพทางความร้อน (thermal performance)) - ขอบเขตของการนำผลการประเมินไปใช้ได้นั้นได้กำหนดไว้พร้อมกับ การอนุญาตให้นำผลการประเมินไปใช้กับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณที่มีขนาดแตกต่างกันและการแบ่งชั้นคุณภาพตามความแข็งแรง (แต่ไม่รวมเหล็กกล้าไร้สนิม (stainless steels)) และระบบป้องกันอัคคีภัยที่ทดสอบโดยตรง ผลการทดสอบที่ได้ตาม มอก. 1334 เล่ม 10 และการประเมินตามมาตรฐานนี้สำหรับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรูปไอ (I sections) เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรูปเอช (H sections) และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวง (hollow sections) ผลการวิเคราะห์เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรูปไอ หรือ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรูปเอช สามารถนำไปใช้ได้กับเหล็กฉาก (angles) เหล็กรางน้ำ (channels) และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรูปที (T-sections) สำหรับองค์ประกอบของเหล็กโครงสร้างรูปพรรณเดียวกัน ไม่ว่าจะใช้เป็นองค์ประกอบเดี่ยวหรือเป็นส่วนหนึ่งของการประกอบโครงถักเหล็ก (steel truss) - ผลการประเมินสามารถนำไปใช้ได้กับการประกอบเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ (fabricated sections) - ไม่ครอบคลุมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวง ที่เติมคอนกรีต คาน (beams) หรือเสา (columns) ชนิดที่มีรูหรือช่องเปิด หรือเหล็กเส้น (solid bar) - วิธีการประเมินที่ยอมรับได้ต้องเป็นไปตามเกณฑ์การยอมรับที่กำหนดไว้ใน ข้อ 5.5 ตัวอย่างของวิธีการประเมินตามภาคผนวก C ถึงภาคผนวก G

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 1334 เล่ม 11-2567

มอก. 1334 เล่ม 11-2567 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 1334 เล่ม 11-2567 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

- กำหนดขึ้นโดยรับ ISO 834-11:2014(E) Fire resistance tests — Elements of building construction Part 11: Specific requirements for the assessment of fire protection to structural steel elements มาใช้โดยวิธีพิมพ์ซ้ำ (reprinting) ในระดับเหมือนกันทุกประการ (identical) โดยใช้ ISO ฉบับภาษาอังกฤษ เป็นหลัก ...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th