มาตรฐานทั่วไป

มอก. 1055-2556

ท่อยางและท่อยางพร้อมอุปกรณ์ประกอบสำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลว

Rubber hoses and rubber hose assemblies for liquefied petroleum gas (LPG)

วันที่บังคับใช้: 26 เมษ���ยน 2556
ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศและงานทั่วไป เล่ม 130 ตอน พิเศษ 52 ง (26 เมษายน 2556)
ประกาศกระทรวง: ฉบับที่ 4521 (13 มีนาคม 2556)

ขอบข่ายมาตรฐาน

มาตรฐานนี้ครอบคลุมท่อยางและท่อยางพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ที่ใช้ส่งถ่ายปิโตรเลียมทั้งในสภาพของเหลวและสภาพก๊าซ มีความดันใช้งานตั้งแต่ความดันสุญญากาศถึง 2.5 MPa และช่วงอุณหภูมิใช้งาน -30 ถึง 70 องศาเซลเซียส หรือ ช่วงอุณหภูมิใช้งาน -50 ถึง 70 องศาเซลเซียส สำหรับประเภทใช้งานที่อุณหภูมิตํ่า โดยแบ่งท่อยางเป็น 5 ประเภท ได้แก่ D, D-LT, SD, SD-LTR และ SDLTS นอกจากนี้ยังกำหนดขนาดและเกณฑ์ความคลาดเคลื่อน, วัสดุ, คุณลักษณะที่ต้องการ, การบรรจุ, เครื่องหมายและฉลาก, การชักตัวอย่างและเกณฑ์ตัดสินและการทดสอบ

Scope (English)

This standard specifies requirements for rubber hoses and rubber hose assemblies used for the transfer of liquefied petroleum gas (LPG) in the liquid or gaseous phase and natural gas and designed for use at workingpressures ranging from vacuum to a maximum of 25 bar (2.5 MPa) within the temperature range -30 °C to +70 °C or, for low-temperature hoses (designated -LT), within the temperature range -50 °C to + 70 °C. This standard classifies pipes into 5 types i.e. D, D-LT, SD, SD-LTR and SD-LTS. Includes sizes and tolerances, materials, general characteristic, packaging, mark and labeling, sampling and criteria for conformity and testing.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ มอก. 1055-2556

มอก. 1055-2556 เป็นมาตรฐานบังคับหรือไม่?

เป็นมาตรฐานทั่วไป (สมัครใจ) - ผู้ผลิตสามารถขอการรับรองมาตรฐานได้โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์

มอก. 1055-2556 ครอบคลุมอะไรบ้าง?

มาตรฐานนี้ครอบคลุมท่อยางและท่อยางพร้อมอุปกรณ์ประกอบ ที่ใช้ส่งถ่ายปิโตรเลียมทั้งในสภาพของเหลวและสภาพก๊าซ มีความดันใช้งานตั้งแต่ความดันสุญญากาศถึง 2.5 MPa และช่วงอุณหภูมิใช้งาน -30 ถึง 70 องศาเซลเซียส หรือ ช่วงอุณหภูมิใช้งาน -50 ถึง 70 องศาเซลเซียส สำหรับประเภทใช้งานที่อุณหภูมิตํ่า โดยแบ่งท่อยางเป็น 5...

วิธีตรวจสอบผลิตภัณฑ์

  1. ดูเครื่องหมาย มอก. บนผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์
  2. ตรวจสอบเลข มอก. ว่าตรงกับประเภทสินค้า
  3. ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ระบุบนฉลาก
  4. สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตได้ที่ appdb.tisi.go.th